LBC3 vs LBC4 เลือกวัสดุไหนดี

LBC3 vs LBC4
เลือกวัสดุไหนดีสำหรับบู๊ช แบริ่ง และชิ้นส่วนเครื่องจักร

การเปรียบเทียบ LBC3 vs LBC4 ไม่ควรพิจารณาเพียงว่าเกรดใดแข็งกว่า หรือเกรดใดมีตะกั่วมากกว่า เพราะวัสดุทั้งสองอยู่ในกลุ่ม Lead Bronze หรือบรอนซ์ตะกั่วที่พัฒนามาสำหรับชิ้นส่วนซึ่งมีการเสียดสี เช่น บู๊ช แบริ่ง ปลอกเพลา แหวนกันรุน และชิ้นส่วนรองรับเพลา แต่สัดส่วนของดีบุกและตะกั่วที่แตกต่างกันทำให้พฤติกรรมในการใช้งานไม่เหมือนกัน

ตามข้อมูลมาตรฐานที่เผยแพร่สำหรับ Lead Bronze นั้น LBC3 ตรงกับ JIS CAC603 และมีความสัมพันธ์กับ C93700 ส่วน LBC4 ตรงกับ JIS CAC604 และมีความสัมพันธ์กับ C93800 โดย LBC3 มีตะกั่วประมาณ 9–11% และดีบุกประมาณ 9–11% ขณะที่ LBC4 เพิ่มตะกั่วขึ้นเป็นประมาณ 14–16% และลดดีบุกลงมาอยู่ประมาณ 7–9% ความแตกต่างนี้เป็นหัวใจสำคัญในการเลือกวัสดุ เพราะตะกั่วและดีบุกมีบทบาทต่อพฤติกรรมด้านการเสียดสี ความแข็งแรง และความสามารถในการรองรับสภาวะหล่อลื่นของแบริ่งแตกต่างกัน

สำหรับผู้ที่กำลังพิจารณางานบู๊ชและแบริ่ง สามารถศึกษากลุ่มงานหล่อบรอนซ์เพิ่มเติมจาก https://casmetals.com/brass-bronze-casting/ และข้อมูล LBC3 โดยตรงได้ที่ https://casmetals.com/c93700-lbc3-lead-bronze-casting/

LBC3 และ LBC4 คือวัสดุอะไร

LBC ย่อมาจากกลุ่ม Lead Bronze Casting หรือบรอนซ์หล่อที่มีตะกั่วเป็นองค์ประกอบสำคัญ วัสดุกลุ่มนี้แตกต่างจาก Tin Bronze ที่เน้นความแข็งแรงและความทนทานของเนื้อโลหะ เพราะการเติมตะกั่วช่วยปรับพฤติกรรมด้านการเสียดสี ทำให้ Lead Bronze มีความน่าสนใจอย่างมากสำหรับชิ้นส่วน Sliding Contact ที่มีเพลาเคลื่อนที่สัมผัสกับผิวแบริ่ง

LBC3 หรือ CAC603 เป็นเกรดที่มีสัดส่วนดีบุกและตะกั่วใกล้เคียงกันประมาณ 9–11% จึงมีสมดุลระหว่างความแข็งแรงของโครงสร้างบรอนซ์กับคุณสมบัติด้านแบริ่ง ส่วน LBC4 หรือ CAC604 เพิ่มปริมาณตะกั่วขึ้นและลดปริมาณดีบุกลง จึงขยับคุณลักษณะของวัสดุไปทางการใช้งานแบบ Bearing Material มากขึ้น แต่แลกกับค่าความแข็งแรงเชิงกลที่ลดลงบางส่วน

ข้อมูลมาตรฐานที่เผยแพร่ระบุค่า Tensile Strength ขั้นต่ำของ CAC603 หรือ LBC3 ที่ประมาณ 175 MPa ความยืดตัวไม่น้อยกว่า 7% และความแข็งไม่น้อยกว่า 60 HB ขณะที่ CAC604 หรือ LBC4 อยู่ที่ประมาณ 165 MPa ความยืดตัวไม่น้อยกว่า 5% และความแข็งไม่น้อยกว่า 55 HB ตัวเลขเหล่านี้แสดงให้เห็นว่า LBC3 มีความได้เปรียบด้านสมบัติเชิงกลเมื่อเปรียบเทียบภายใต้มาตรฐานดังกล่าว

หากต้องการทำความเข้าใจวัสดุ Lead Bronze ที่อยู่ใกล้เคียงกัน ยังสามารถเปรียบเทียบกับ LBC2 ได้ที่ https://casmetals.com/lbc2-c92700-bronze-casting/ และ LBC5 ได้ที่ https://casmetals.com/c94500-lbc5-lead-bronze-casting/

ตารางเปรียบเทียบ LBC3 vs LBC4

หัวข้อเปรียบเทียบ LBC3 / CAC603 LBC4 / CAC604
กลุ่มวัสดุ Lead Bronze Lead Bronze
UNS ที่มักใช้อ้างอิง C93700 C93800
ทองแดง Cu ประมาณ 77–81% ประมาณ 74–78%
ดีบุก Sn ประมาณ 9–11% ประมาณ 7–9%
ตะกั่ว Pb ประมาณ 9–11% ประมาณ 14–16%
Tensile Strength ตามข้อมูลมาตรฐานที่อ้างอิง ≥175 MPa ≥165 MPa
Elongation ≥7% ≥5%
Hardness ≥60 HB ≥55 HB
จุดเด่นในการเลือก สมดุลระหว่างความแข็งแรงกับคุณสมบัติแบริ่ง มีตะกั่วสูงกว่า เน้นคุณลักษณะด้าน Bearing/Sliding
งานที่ควรพิจารณา บู๊ช แบริ่ง ปลอกเพลา แหวนกันรุน บู๊ชและแบริ่งที่ต้องวิเคราะห์สภาวะเสียดสีและหล่อลื่นโดยเฉพาะ

ค่าทางเคมีและสมบัติเชิงกลในตารางเป็นค่าที่ใช้อ้างอิงเพื่อเปรียบเทียบเกรด ไม่ควรนำไปกำหนดสเปกการจัดซื้อโดยไม่ตรวจสอบมาตรฐาน ฉบับ Drawing และข้อกำหนดของงานจริง เนื่องจากข้อกำหนดด้านกระบวนการผลิต รูปแบบชิ้นทดสอบ และมาตรฐานที่ลูกค้าระบุสามารถมีผลต่อเกณฑ์ยอมรับได้

ในเชิงวิศวกรรม สิ่งสำคัญที่สุดที่เห็นจากตารางคือ LBC4 ไม่ใช่ LBC3 ที่ “ดีกว่า” เพียงเพราะมีเลขเกรดสูงกว่า แต่เป็นวัสดุที่ปรับสัดส่วนโลหะไปอีกทิศทางหนึ่ง LBC3 มี Sn สูงกว่าและมีค่าความแข็งแรงกับความแข็งสูงกว่า ขณะที่ LBC4 เพิ่ม Pb และลด Sn ดังนั้นการตัดสินใจต้องอ้างอิงสภาวะ Tribology หรือพฤติกรรมของผิวสัมผัสจริงเป็นหลัก

ทำไมปริมาณตะกั่วจึงทำให้ LBC3 กับ LBC4 แตกต่างกัน

ในการใช้งานบู๊ชและแบริ่ง ปัญหาไม่ได้เกิดจากแรงกดเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากการทำงานร่วมกันระหว่าง Load, Sliding Speed, Lubrication, Shaft Surface, Clearance, Alignment และอุณหภูมิ เมื่อองค์ประกอบเหล่านี้ไม่สมดุล ผิวบู๊ชอาจเกิดการสึก การจับติดกับเพลา ความร้อนสูง หรือ Clearance เพิ่มขึ้นเร็วกว่าที่ออกแบบไว้

LBC3 มีตะกั่วประมาณ 9–11% ขณะที่ LBC4 เพิ่มขึ้นเป็นประมาณ 14–16% การเพิ่มตะกั่วจึงทำให้โครงสร้างและพฤติกรรมของวัสดุในฐานะ Bearing Alloy เปลี่ยนไป อย่างไรก็ตาม การมีตะกั่วมากกว่าไม่ได้หมายความว่าจะสามารถละเลยระบบหล่อลื่นได้ หรือสามารถใช้แทน LBC3 ได้ทุกกรณี

ในทางกลับกัน LBC3 มีดีบุกสูงกว่า LBC4 และค่าความแข็งกับ Tensile Strength ตามข้อมูลมาตรฐานก็สูงกว่าเล็กน้อย จึงเป็นตัวเลือกที่ควรนำมาพิจารณาเมื่อชิ้นส่วนต้องรักษาสมดุลระหว่างความแข็งแรง ความต้านทานการเสียรูป และพฤติกรรมด้านการเสียดสี

นี่เป็นเหตุผลว่าทำไมการเลือกบู๊ชจึงไม่ควรเลือกจากชื่อเกรดเพียงอย่างเดียว หากกำลังผลิตบู๊ชใหม่ตามแบบ สามารถศึกษาลักษณะงานได้ที่ https://casmetals.com/bushing-casting/ ส่วนงานอะไหล่เครื่องจักรตามแบบสามารถดูแนวทางได้ที่ https://casmetals.com/machine-parts-casting/

LBC3 เหมาะกับงานแบบไหน

LBC3 เหมาะกับงานที่ต้องการคุณสมบัติของ Lead Bronze แต่ยังต้องการความแข็งแรงของเนื้อวัสดุในระดับที่เหมาะสม จุดที่น่าสนใจคือ LBC3 มีทั้ง Sn และ Pb ประมาณ 9–11% ทำให้เป็นวัสดุที่อยู่กึ่งกลางระหว่างความต้องการด้าน Mechanical Strength กับ Bearing Performance

ตัวอย่างที่พบได้คือบู๊ชเครื่องจักร แบริ่งบรอนซ์ ปลอกเพลา Sleeve Bearing แหวนกันรุน และชิ้นส่วนที่มีเพลาเหล็กหมุนหรือเลื่อนอยู่ภายใน โดยต้องพิจารณาโหลด ความเร็วรอบ น้ำมันหล่อลื่น Clearance และสภาพผิวเพลาประกอบกัน

ข้อมูลของ C93700/LBC3 สำหรับงานหล่อสามารถดูเพิ่มเติมได้ที่ https://casmetals.com/c93700-lbc3-lead-bronze-casting/ และหากต้องการเปรียบเทียบกับ Bearing Bronze อีกเกรดหนึ่งที่ใช้แพร่หลาย สามารถดู C93200 SAE660 ได้ที่ https://casmetals.com/c93200-sae660-bronze-casting/

LBC4 เหมาะกับงานแบบไหน

LBC4 หรือ CAC604/C93800 มีตะกั่วสูงกว่า LBC3 อย่างชัดเจน โดยข้อมูลที่เผยแพร่ระบุ Pb ประมาณ 14–16% และ Sn ประมาณ 7–9% โครงสร้างองค์ประกอบเช่นนี้ทำให้ LBC4 อยู่ในกลุ่มวัสดุที่ควรพิจารณาโดยเฉพาะสำหรับ Bearing Application ที่เน้นพฤติกรรมของผิวสัมผัส

อย่างไรก็ตาม การเลือก LBC4 ต้องพิจารณาควบคู่กับ Load และรูปทรงชิ้นส่วน เพราะข้อมูลมาตรฐานที่ใช้อ้างอิงให้ค่า Tensile Strength และ Hardness ต่ำกว่า LBC3 เล็กน้อย ดังนั้นการเปลี่ยนจาก LBC3 ไป LBC4 โดยดูเพียงเรื่องตะกั่วที่มากขึ้นอาจไม่ใช่ Engineering Decision ที่ครบถ้วน

อีกประเด็นสำคัญสำหรับการจัดซื้อคือ CASMETALS ระบุ Material Capability สำหรับ Lead Bronze ที่ผลิตเป็นประจำ ได้แก่ LBC2, LBC3 และ LBC5 แต่ ไม่ได้ระบุ LBC4 เป็นเกรดมาตรฐานใน Material Capability ปัจจุบัน ดังนั้นหาก Drawing เดิมกำหนด LBC4 ไม่ควรเปลี่ยนเกรดเอง ควรส่งข้อกำหนดและสภาพการใช้งานให้ตรวจสอบก่อนว่าควรผลิตตาม LBC4 หรือพิจารณาวัสดุทดแทนใด

หากต้องการประเมินจาก Drawing หรือตัวอย่างชิ้นงาน สามารถส่งรายละเอียดผ่าน https://casmetals.com/request-for-quote/ เพื่อพิจารณาเกรดวัสดุ วิธีผลิต ขนาด และปริมาณก่อนเสนอราคา

LBC3 vs LBC4 ถ้าใช้ทำบู๊ชควรดูอะไร

การเลือกวัสดุบู๊ชไม่ควรเริ่มต้นด้วยคำถามว่า “LBC3 หรือ LBC4 อันไหนดีกว่า” แต่ควรเริ่มต้นจากข้อมูลการทำงานของบู๊ช เพราะบู๊ชที่เสียหายไม่ได้เกิดจากวัสดุเพียงปัจจัยเดียว

สภาพการใช้งาน ประเด็นที่ต้องวิเคราะห์ แนวทางพิจารณา LBC3 vs LBC4
ต้องการสมดุลระหว่าง Strength และ Bearing Property โหลด + ความเร็ว + ขนาดบู๊ช LBC3 เป็นเกรดที่ควรนำมาเปรียบเทียบ
เน้นพฤติกรรม Bearing และต้องการ Pb สูงขึ้น สภาพการเสียดสีและการหล่อลื่น พิจารณาคุณสมบัติของ LBC4
โหลดสูงมาก Bearing Pressure และ Shock Load อย่าจำกัดการเปรียบเทียบเฉพาะ LBC3/LBC4
มีแรงกระแทก โหลดกระชากและการโก่งตัว ตรวจสอบวัสดุที่แข็งแรงกว่ากลุ่ม Lead Bronze
มีน้ำหรือสารกัดกร่อน Chemical Environment พิจารณาความต้านทานการกัดกร่อนร่วมด้วย
บู๊ชเสียซ้ำ Failure Mode วิเคราะห์เพลา Clearance Alignment และ Lubrication ก่อนเปลี่ยนเกรด

ตารางนี้แสดงให้เห็นว่าการเลือกวัสดุเป็นเพียงส่วนหนึ่งของ Bearing System ตัวอย่างเช่น หากบู๊ช LBC3 สึกด้านเดียว การเปลี่ยนเป็น LBC4 อาจไม่แก้ปัญหาเลย หากสาเหตุจริงคือเพลาเยื้องศูนย์หรือ Bearing Housing ผิดแนว เช่นเดียวกับกรณีที่บู๊ชร้อนจนเกิดการจับติด หากต้นเหตุคือ Clearance หลังประกอบน้อยเกินไป การเพิ่มตะกั่วในวัสดุไม่สามารถชดเชยข้อผิดพลาดทาง Dimension ได้ทั้งหมด

สำหรับงานบู๊ชตามแบบสามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://casmetals.com/bushing-casting/ และตัวอย่างงานอุตสาหกรรมของ CASMETALS ได้ที่ https://casmetals.com/our-work/

LBC3 vs LBC4 ถ้าต้องรับโหลดสูงควรเลือกอย่างไร

หากคำว่า “โหลดสูง” หมายถึง Bearing Pressure สูงจริง การตัดสินใจไม่ควรจำกัดอยู่แค่ LBC3 กับ LBC4 เพราะวัสดุ Lead Bronze มีจุดเด่นเฉพาะด้าน แต่ไม่ได้เป็นคำตอบสำหรับงานรับแรงทุกประเภท

จากข้อมูลสมบัติเชิงกลที่ใช้อ้างอิง LBC3 มี Tensile Strength ขั้นต่ำประมาณ 175 MPa และ Hardness ขั้นต่ำประมาณ 60 HB ขณะที่ LBC4 อยู่ที่ประมาณ 165 MPa และ 55 HB ตามลำดับ ดังนั้นการมีตะกั่วมากกว่าของ LBC4 ไม่ควรถูกตีความว่า “รับโหลดได้มากกว่า” โดยอัตโนมัติ

หากชิ้นส่วนต้องรับแรงสูงหรือแรงกระแทกมาก อาจจำเป็นต้องขยายการเปรียบเทียบไปยังวัสดุประเภทอื่น เช่น Aluminum Bronze ALBC2 ที่ https://casmetals.com/albc2-aluminum-bronze-casting/ หรือ High Strength Brass C86300 ที่ https://casmetals.com/c86300-hbsc4-manganese-bronze-casting/ โดยต้องพิจารณาความต้องการด้านการเสียดสีควบคู่กัน ไม่ใช่เลือกจาก Tensile Strength เพียงค่าเดียว

Failure Analysis ก่อนเปลี่ยนจาก LBC3 เป็น LBC4

ในงานซ่อมบำรุงมีกรณีที่บู๊ชเดิมใช้ LBC3 แล้วอายุสั้น ฝ่ายซ่อมจึงต้องการเปลี่ยนวัสดุทันที แต่แนวทางที่ปลอดภัยกว่าคือวิเคราะห์ Failure Mode ก่อน เพราะหากไม่ทราบต้นเหตุ การเปลี่ยนเกรดอาจเพิ่มต้นทุนโดยไม่เพิ่มอายุการใช้งาน

ควรตรวจสอบอย่างน้อยเรื่องลักษณะรอยสึก อุณหภูมิขณะเดินเครื่อง สภาพน้ำมันหล่อลื่น ระยะ Clearance ความตรงของเพลา ความเยื้องศูนย์ ความแข็งและ Roughness ของเพลา รวมถึงการปนเปื้อนของฝุ่นหรืออนุภาคแข็ง

หากพบรอยสึกเฉพาะด้าน ปัญหาอาจเกี่ยวข้องกับ Alignment หากผิวมีรอยขูดเป็นแนวยาว อาจมีอนุภาคแข็งเข้าไปในช่องว่าง หากผิวไหม้หรือมีร่องรอยจับติด ต้องตรวจสอบ Lubrication และ Clearance หากบู๊ชแตกร้าวหรือเสียรูปควรวิเคราะห์ Load และ Shock Load เพิ่มเติม

ดังนั้นคำถามที่ถูกต้องอาจไม่ใช่ “LBC3 vs LBC4 ตัวไหนทนกว่า” แต่เป็น “บู๊ชเดิมเสียเพราะอะไร และคุณสมบัติใดของวัสดุใหม่ที่จะช่วยแก้ Failure Mode นั้น”

เมื่อไรควรซ่อมบู๊ช และเมื่อไรควรหล่อใหม่

บู๊ชบรอนซ์เป็นชิ้นส่วนที่โดยทั่วไปถูกออกแบบให้เป็น Wear Component กล่าวคือยอมให้บู๊ชสึกเพื่อช่วยรักษาเพลาหรือชิ้นส่วนหลักของเครื่องจักร ดังนั้นเมื่อบู๊ชสึกมาก การพยายามซ่อมทุกกรณีอาจไม่ใช่ทางเลือกที่มีต้นทุนรวมต่ำที่สุด

หากบู๊ชยังมีเนื้อวัสดุเพียงพอ ความเสียหายจำกัดอยู่ที่บางตำแหน่ง และมีวิธีซ่อมที่สามารถรักษาความร่วมศูนย์และขนาดหลังกลึงได้ อาจประเมินการซ่อมเป็นกรณีไป แต่หากรูในสึกมาก ตัวบู๊ชเสียรูป มีรอยแตกร้าว หรือขนาดหลังซ่อมไม่สามารถรักษา Wall Thickness และความแข็งแรงที่ต้องการ การผลิตชิ้นใหม่มักเป็นแนวทางที่ควรนำมาเปรียบเทียบด้านต้นทุนและความเสี่ยง

กรณีไม่มี Drawing แต่ยังมีชิ้นงานเดิม สามารถพิจารณาการผลิตจากตัวอย่าง โดยตรวจสอบขนาด จุดสวมประกอบ Material Grade และ Machining Allowance ก่อนผลิต สำหรับบริการงานหล่อตามแบบและงานอะไหล่สามารถดูได้ที่ https://casmetals.com/services/ และ https://casmetals.com/sample-casting/

ต้นทุน LBC3 vs LBC4 ควรเปรียบเทียบอย่างไร

การเปรียบเทียบต้นทุนวัสดุจากราคาต่อกิโลกรัมอย่างเดียวอาจทำให้ตัดสินใจผิด เพราะต้นทุนจริงของบู๊ชอุตสาหกรรมประกอบด้วยต้นทุนโลหะ แบบหล่อ งานหล่อ งานกลึง การตรวจสอบ การติดตั้ง ตลอดจนต้นทุนจาก Downtime หากชิ้นส่วนเสียก่อนกำหนด

สมการเชิงธุรกิจที่ควรใช้จึงใกล้เคียงกับ Total Cost of Ownership มากกว่าราคาโลหะ กล่าวคือ ถ้าวัสดุราคาสูงขึ้นเล็กน้อยแต่ทำให้อายุใช้งานเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญและลดการหยุดเครื่องได้ ต้นทุนรวมอาจต่ำกว่า ในทางกลับกัน การใช้วัสดุราคาแพงกว่าหรือเกรดที่ดู “สูงกว่า” โดย Failure Mode ไม่ได้สัมพันธ์กับคุณสมบัติของวัสดุนั้น ก็อาจเป็นต้นทุนที่ไม่สร้างประโยชน์

หากเป็นงานผลิตจำนวนน้อยหรืออะไหล่เร่งด่วน สามารถศึกษาบริการ https://casmetals.com/fast-casting-service/ ส่วนกรณีต้องการให้ประเมินต้นทุนจาก Drawing สามารถส่งรายละเอียดที่ https://casmetals.com/request-for-quote/

วัสดุทางเลือกเมื่อ LBC3 และ LBC4 ยังไม่ตอบโจทย์

ในบางเครื่องจักร คำตอบอาจไม่ใช่ LBC3 หรือ LBC4 เลย หากงานต้องการสมบัติแตกต่างจาก Lead Bronze เช่น ต้องรับแรงสูงมาก มี Shock Load รุนแรง ต้องการความแข็งสูงขึ้น หรือต้องทำงานในสภาพแวดล้อมกัดกร่อน

หากต้องการ Bearing Bronze ที่เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลาย สามารถนำ SAE660/C93200 ที่ https://casmetals.com/c93200-sae660-bronze-casting/ มาเปรียบเทียบ หากต้องการ Lead Bronze อีกระดับสามารถศึกษาข้อมูล LBC2/C92700 ที่ https://casmetals.com/lbc2-c92700-bronze-casting/ และ LBC5/C94500 ที่ https://casmetals.com/c94500-lbc5-lead-bronze-casting/

หากต้องการความแข็งแรงและความทนทานต่อโหลดสูงขึ้น อาจขยายการพิจารณาไปยัง ALBC2 ที่ https://casmetals.com/albc2-aluminum-bronze-casting/ ส่วนงานที่ต้องการ High Strength Brass สามารถดู C86200 ที่ https://casmetals.com/c86200-hbsc3-high-strength-brass-casting/ หรือ C86300 ที่ https://casmetals.com/c86300-hbsc4-manganese-bronze-casting/

ประเด็นสำคัญคือไม่ควรเลือกวัสดุทดแทนจากตารางเทียบเกรดเพียงอย่างเดียว โดยเฉพาะชิ้นส่วน Critical Part ควรตรวจสอบองค์ประกอบเคมี สมบัติเชิงกล สภาพการทำงาน และข้อกำหนดของ Drawing ก่อนอนุมัติ Material Substitution

ข้อมูลที่ควรเตรียมก่อนเลือก LBC3 หรือ LBC4

เพื่อให้การเลือกวัสดุมีพื้นฐานทางวิศวกรรมมากกว่าการเลือกจากชื่อเกรด ควรเตรียมข้อมูลสำคัญดังนี้

  • Drawing หรือตัวอย่างชิ้นงานเดิม พร้อมขนาดก่อนและหลังกลึง
  • โหลด ความเร็วรอบ และลักษณะการเคลื่อนที่ของเพลา
  • ระบบหล่อลื่น ชนิดน้ำมันหรือจาระบี และช่วงเวลาการหล่อลื่น
  • วัสดุ ความแข็ง และสภาพผิวของเพลาที่สัมผัสกับบู๊ช
  • ประวัติความเสียหายและอายุการใช้งานของชิ้นส่วนเดิม

ข้อมูลเหล่านี้ช่วยแยกได้ว่าปัญหาเกิดจาก Material Selection จริง หรือเกิดจาก Dimension, Clearance, Lubrication, Alignment หรือ Operating Condition ซึ่งเป็นขั้นตอนสำคัญก่อนตัดสินใจเปลี่ยน Material Grade

หากมี Drawing หรือตัวอย่างบู๊ช แบริ่ง ปลอกเพลา หรืออะไหล่เครื่องจักร สามารถส่งข้อมูลเพื่อ ขอใบเสนอราคางานหล่อ ได้ที่ https://casmetals.com/request-for-quote/ หรือสอบถามผ่าน LINE Official ที่ https://line.me/ti/p/~@casmetals

สรุป LBC3 vs LBC4 ควรเลือกจากสภาพงาน ไม่ใช่เลขเกรด

เมื่อเปรียบเทียบ LBC3 vs LBC4 ความแตกต่างหลักอยู่ที่สัดส่วน Sn และ Pb โดย LBC3/CAC603 มี Sn ประมาณ 9–11% และ Pb ประมาณ 9–11% ขณะที่ LBC4/CAC604 มี Sn ประมาณ 7–9% และเพิ่ม Pb เป็นประมาณ 14–16% ข้อมูลมาตรฐานที่ใช้อ้างอิงยังแสดงว่า LBC3 มี Tensile Strength, Elongation และ Hardness ขั้นต่ำสูงกว่า LBC4 เล็กน้อย

ดังนั้น หากต้องการวัสดุ Lead Bronze ที่รักษาสมดุลระหว่างสมบัติเชิงกลกับคุณสมบัติสำหรับงานบู๊ชและแบริ่ง LBC3 เป็นเกรดสำคัญที่ควรนำมาพิจารณา ส่วน LBC4 มีปริมาณตะกั่วสูงกว่าและมีลักษณะองค์ประกอบที่มุ่งไปทาง Bearing Alloy มากขึ้น แต่ไม่ได้หมายความว่าจะเหนือกว่า LBC3 ในทุกสภาวะ

สำหรับงานที่ LBC3 หรือ LBC4 ไม่สามารถตอบโจทย์เรื่องโหลด แรงกระแทก การกัดกร่อน หรืออุณหภูมิได้ ควรขยาย Material Selection ไปยัง SAE660, LBC2, LBC5, Aluminum Bronze หรือ High Strength Brass ตาม Failure Mode และสภาพการทำงานจริง

CASMETALS ให้บริการงานหล่อชิ้นส่วนอุตสาหกรรมตามแบบและตัวอย่าง โดยสามารถดูภาพรวมบริการได้ที่ https://casmetals.com/services/ และผลงานได้ที่ https://casmetals.com/our-work/ หากมี Drawing ชิ้นงานเดิม หรือข้อมูลการใช้งาน สามารถส่งรายละเอียดเพื่อ ขอใบเสนอราคางานหล่อ ได้ที่ https://casmetals.com/request-for-quote/ หรือ LINE Official https://line.me/ti/p/~@casmetals

สอบถาม / ปรึกษา 065-9559539 LINE Official @CASMETALS ติดต่อฝ่ายขาย 081-6444202 ฟอร์มขอใบเสนอราคา